แกงต้มเปรอะ สูตรอาหารไทย สมัยรัตนโกสินทร์

แกงต้มเปรอะ สูตรอาหารไทย สมัยรัตนโกสินทร์
ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้กับอนุชนรุ่นหลังสืบไป

วันนี้จะพาท่านผู้ชมไปรู้จักกับสูตรอาหารไทยโบราณที่เกิดขึ้นในช่วงรัตนโกสินทร์ หลายๆ เมนูนั้นควรค่าแก่การอนุรักษ์เพื่อให้กับอนุชนรุ่นหลังที่จะได้สืบทอดวัฒนธรรมของอาหารไทยให้คงอยู่คู่กับเมืองไทยตราบนานเท่านาน

แกงต้มเปรอะ

ต้มเปรอะเป็นตำรับอาหารที่มีการปรุงประกอบหลากหลายแต่การปรุงรสด้วยปลาร้าทำให้สันนิษฐานได้ว่าต้นตำรับมาจากลาว การปรุงครั้งนี้ได้จากตำรับของ “พลูหลวง” ซึ่งปรุงออกรสหวานและงดใช้เครื่องปรุงบางอย่าง เช่น ใบย่านาง ข้าวเบือ และใบแมงลัก

 (ขนาดรับประทาน 8 คน)

หมูสามชั้น 500 กรัม

หน่อไม้ไผ่หวานขนาด 800-900 กรัม

กุ้งแห้ง (หรือปลาย่าง) ป่น 2 ช้อนโต๊ะ

หัวหอม 7 หัว

กระเทียม 5 กลีบ

ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะพูน

ข่าหั่นหยาบ 2 ช้อนชา

พริกชี้ฟ้าเขียว 3 เม็ด

เกลือป่น 1 ช้อนชา

ปลาร้า 2 ช้อนชา

ใบมะกรูด 5 ใบ

น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ

รสดีรสหมู 1 ช้อนชา


1.โขลกน้ำพริกแกง ประกอบด้วย พริกชี้ฟ้าหั่นหยาบ ตะไคร้ หอม กระเทียม เกลือ กะปิ และกุ้งแห้งหรือปลาย่างป่นให้ละเอียด

2. ปอกและหั่นหน่อไม้ตามขวางหน่อบางๆ ต้มในน้ำเดือดโดยใส่รสดีรสหมู เกลือป่นเล็กน้อย หมูสามชั้นต้มทั้งชิ้นจนเปื่อย ตักขึ้น หั่นเป็นชิ้นขนาด 1 นิ้ว ใส่ลงในหม้อต้มหน่อไม้พร้อมกับน้ำต้มหมู เคี่ยวไฟอ่อนสักครู่จึงใส่น้ำพริกที่เตรียมไว้ลง

3. ต้มน้ำปลาร้า กรองเอาก้างออก ใส่น้ำปลาร้าลงในน้ำแกง ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบให้ออกรสค่อนข้างหวาน ใส่ใบมะกรูด ชิมดูให้ได้รสที่ต้องการ

ขอบคุณ ที่มา

http://www.aroiho.com
ขอบคุณ ที่มา ภาพ
http://www.kruamoomoo.com